ทันตกรรมทั่วไป
 
     
 
  เหงือกอักเสบ
 

เหงือกที่สุขภาพดี ถ้าสังเกตดูเหงือกจะเห็นว่า มีสีชมพู ออกซีด แต่ถ้าเหงือกสุขภาพไม่ดีเกิดโรค มีการอักเสบหรือมีการติดเชื้อ สีเหงือกจะเป็นสีแดง สังเกตได้ว่าเหงือกจะเรียบเป็นมัน หรือกลายเป็นสีม่วงคล้ำ ซึ่งมักพบในผู้ที่สูบบุหรี่เป็นประจำติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน หรือผุ้ที่ทำงานกับสารเคมีเป็นประจำ

สีของเหงือกที่เปลี่ยนแปลงไปนี้ เป็นสัญญาณเตือนคุณว่าภายในร่างการยของคุณมีการสะสมของสารบางอย่างในปริมาณที่มากเกินไป ควารที่จะมีการตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติม เพื่อหาสาเหตุที่ทำให้เหงือกเปลี่ยนสี

 
เหงือกอักเสบ และโรคปริทันต์อักเสบ มักจะเกิดมาจากการละเลยการรักษาความสะอาดภายในช่องปากของคุณเอง ทำให้เกิดการสะสมของคราบจุลินทรีย์ และหินปูน เมื่อเหงือกของคุณเริ่มมีอาการอักเสบ สังเกตอาการได้ดังนี้
- เหงือกบวม
- กดแล้วรู้สึกว่าเหงือกนิ่ม
- สีจะเปลี่ยนไปเป็นสีแดงหรือคล้ำลง
- ขอบเหงือกหนาขึ้น
- อาจมีเลือดออก
 
ในระยะแรกของการเกิดเหงือกอักเสบ คุณจะยังไม่รู้สึกเจ็บปวดแม้ขณะแปรงฟัน แต่ถ้าขาดการรักษาปล่อยให้อักเสบเรื้อรัง อาการอักเสบของเหงือกก็จะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น อาจลุกลามถึงขั้นการอักเสบของอวัยวะปริทันต์ทั้งหมด จนทำให้การยึดเกาะระหว่างเอ็นยึดปริทันต์กับเคลือบรากฟันไม่มั่นคง ทำให้ฟันโยกคลอนได้และที่สำคัญคือ เหงือกอักเสบอาจทำให้เกิดการสลายตัวของกระดูกเบ้าฟัน ฟันของคุณก็จะไม่มีอะไรยึดในระยะนี้จะทำให้ฟันโยก และฟันเริ่มห่างออกจากกันอย่างเห็นได้ชัด

เหงือกอักเสบเกิดจากอะไร

เหงือกอักเสบเกิดจากการที่คราบอาหารและหินปูนที่สะสมมานาน ทำให้เกิดเป็นแหล่งอาหารของจุลินทรีย์ เมื่อจุลินทรีย์ย่อยน้ำตาลเพื่อเป็นอาหารจะหลั่งสารพิษออกมา ซึ่งมีผลต่อการทำอันตรายเหงือก นอกจากนั้นยังมีปัจจัยอื่นๆที่ส่งผลต่อการเกิดเหงือกอักเสบ เช่นสูบบุหรี่มากๆเป็นประจำ ขาดสารอาหาร หรือได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วนซึ่งอาจจะมาจากการที่คุณ
 
- ลดน้ำหนัก
- ใช้ยาที่มีส่วนประกอบของสเตียรอยด์
- เป็นโรคลมชัก
- ใช้ยาลดความเครียดเป็นประจำ
- เข้าสู่ภาวะวัยทอง
 

ปัจจัยทั้งหมดนี้เพิ่มโอกาสการเสี่ยงต่อการเกิดเหงือกอักเสบทั้งหมดดังนั้นผู้ที่มีความเสี่ยง ควรตรวจสุขภาพปากและฟันอย่างสม่ำเสมอ และต่อเนื่อง

การรักษาและการป้องกัน

การรักษาโรคเหงือกอักเสบในระยะแรก ทันตแพทย์จะขูดหินปูนออกให้หมดเสียก่อน หลังจากนั้นคุณจะได้รับคำแนะนำ ให้ดูแลรักษาเหงือกและฟัน ซึ่งจำเป็นต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดเพื่อไม่ให้เกิดคราบหินปูนเพิ่มขึ้นอีก

การรักษาโรคเหงือกอักเสบจะขึ้นอยู่กับระยะความรุนแรงของโรคที่เป็น โดยส่วนมากใช้เวลารักษาประมาณ 1 - 2 อาทิตย์ แต่ในกรณีที่โรครุนแรงถึงขั้นเป็นโรคปริทันต์อักเสบ หลังจากขจัดหินปูนออกไปแล้ว อาจทำให้เหงือกร่น เห็นฟันซี่ยาว ถึงแม้จะรักษาหายแล้วก็ตาม

 
     
 
ฟันผุ
 
ฟันผุก็เป็นโรค เราเรียกว่าโรคฟันผุ หรือโรคปริทันต์ ซึ่งจะทำลายฟันและเหงือก เป็นสาเหตุของการสูญเสียฟันของคนจำนวนมาก เนื่องจากปล่อยให้โรคเรื้อรัง

"โรคฟันผุ" และ"โรคปริทันต์"โรคทั้งสองนี้มีสาเหตุมาจากสิ่งเดียวกัน นั่นคือ "คราบจุลินทรีย์ "

คราบจุลินทรีย์ เป็นคราบเหนียว ติดแน่นบนฟันไม่มีสี จะเห็นเป็นคราบเมือก หรือขุยสีขาวเหลือง ติดแน่นบนฟัน ที่เราเรียกว่า ขี้ฟัน

คราบนี้เกิดได้เองตลอดเวลาและเป็นที่อยู่อาศัยของจุลินทรีย์นานาชนิด ซึ่งมีความสามารถในการเปลี่ยนน้ำตาลจากอาหาร(ที่เรากินเข้วไป) ทำให้เกิดเป็นกรดทำลายฟันให้ผุ นอกจากนั้นยังผลิต "สารพิษ" ซึ่งมีผลต่อการทำลายเหงือก ทำให้เกิดเป็นโรคเหงือกอักเสบติดตามมา

โรคฟันผุกับโรคปริทันต์ มีความแตกต่างกันบางประการ รวมทั้งผลที่เกิดตามมาด้วย คือ
- โรคฟันผุ เกิดจากเชื้อจุลินทรีย์ แปรน้ำตาลจากอาหารให้กลายเป็นกรด และกรดนั้นกัดกร่อนฟัน ทำให้เกิดโรคฟันผุขึ้น
- โรคเหงือกอักเสบ เกิดจากเชื้อจุลินทรีย์แปรน้ำตาลจากอาหารเช่นกันกลายเป็นพิษที่ส่งผลต่อเหงือก

>>ระยะต่างๆของโรคฟันผุ
  ฟันผุนั้นเริ่มจากจุดเล็กๆ และลุกลามขยายออกไป ซึ่งเราอาจจำแนกระยะของโรคฟันผุได้ 4 ระยะ ดังนี้
 
ระยะที่ 1
ฟันมักผุบริเวณด้านข้าง หรือหลุมร่องลึกของฟัน
ระยะที่ 2
รูผุที่เล็ก จะลุกลามขยายใหญ่ขึ้นในชั้นเคลือบฟัน
ระยะที่ 3
รูผุลุกลามใหญ่ขึ้น ทั้งในชั้นเคลือบฟันและลึกลงไปถึงชั้นเนื้อฟัน
ระยะที่ 4 รูผุจะลุกลามเข้าไปจนถึงโพรงประสาทฟัน จนเกิดหนองที่ปลายรากฟัน ถึงขั้นนี้จำเป็นต้องถอนฟันทิ้ง
  >>ระยะต่างๆของโรคปริทันต์
ระยะการลุกลามของโรคปริทันต์ มีดังนี้
 
ระยะที่ 1
เหงือกอักเสบ สารพิษในคราบจุลินทรีย์จะก่อความระคายเคืองต่อเหงือก ทำให้เหงือกอักเสบ บวม แดง
ระยะที่ 2
โรคปริทันต์ มีการสะสมของคราบจุลินทรีย์ และหินปูน ทำให้เหงือกร่น มีการทำลายของกระดูกที่ล้อมรอบรากฟัน
ระยะที่ 3
โรคปริทันต์รุนแรงมากขึ้น จนฟันยื่นยาวและโยก
 
 
 
  อุดฟัน
 
ส่วนใหญ่แล้วทุกคนจะคุ้นเคยกับการอุดฟันเป็นอย่างดี เพราะเป็นการรักษาขั้นพื้นฐาน เมื่อฟันเกิดผุขึ้นมา และเป็นแนวทางในการรักษาฟันผุที่ให้กลับมามีสภาพพร้อมใช้งานอีกครั้ง

การอุดฟันนั้น มีหลักการคือ การนำวัสดุทางทันตกรรมเข้าไปอุดรูของฟันที่เว้าแหว่ง จากการกัดกร่อนของ กรดจากแบคทีเรีย

แต่สิ่งที่ทำให้หลายคนเข็ดขยาดกับการอุดฟัน คือ เสียงของเครื่องมือกรอฟันที่ดัง “กรอออออ กร่ออออออ” ตามขั้นตอนของการกรอฟัน เพื่อเอาเนื้อเยื่อฟันที่ผุออกให้หมด ข่าวดีคือ ปัจจุบันมีเครื่องมือรุ่นใหม่ๆ ที่ไม่ส่งเสียงน่ากลัว เหมือนเมื่อก่อน และก่อนที่แพทย์จะทำการกรอฟันนั้น แพทย์จะฉีดยาชา คุณก็จะไม่เสียวฟันเมื่อแพทย์ ทำการกรอฟัน

เมื่อแพทย์เอาส่วนที่ผุออกไปหมดแล้ว คราวนี้ก็จะมาถึงขั้นตอนการอุดฟัน โดยแพทย์จะใช้วัสดุอุดฟัน อุดลงไปในช่องว่างที่เกิดจากการกัดกร่อน หรือหากโพรงนั้นลึกมาก แพทย์อาจใส่ยาป้องกันโพรงประสาทลงไปชั้นนึงก่อน แล้วจึงทำการอุดฟัน

- วัสดุอุดฟัน

 
- วัสดุอุดฟันกราม เนื่องจากฟันกราม เป็นฟันที่ต้องใช้รองรับแรงบดเคี้ยว วัสดุอุดฟันกรามจึงใช้วัสดุอุดฟันที่เป็นฉนวนกันความร้อน เย็น มีสีเงิน เรียกว่า อมัลกัม ซึ่งราคาถูก แข็งแรง ใช้งานง่าย และทนทานกับแรงบดเคี้ยวได้ดีกว่าวัสดุอุดฟันหน้า อีกทั้งยังยึดติดกับฟันได้ด้วยตัวเอง ไม่ต้องทำที่ล็อกต่างๆ ให้วุ่นวาย แต่ก็มีความสวยงามน้อยกว่าวัสดุอุดฟันหน้า
 
- วัสดุอุดฟันหน้า หากฟันหน้าผุ วัสดุที่แพทย์จะเลือกใช้ จะเป็นวัสดุที่มีสีเหมือนฟัน เรียกว่า คอมโพสิต ซึ่งจะมีความสวยงาม และไม่ทำให้เห็นรอยอุดชัดเจนนัก ความแข็งแรงของคอมโพสิตมีน้อยกว่าอมัลกัม แต่ก็เหมาะสำหรับการอุดฟันที่ต้องการความสวยงาม
 
 
 
เสียวฟัน
 
เป็นอาการแสดงออกว่าคุณกำลังมีฟันที่มีการรับรู้ไวผิดปกติ อันเนื่องมาจากเหงือกที่ปกคลุมฟันร่นลงไป หรือมีรอยสึกที่คอฟัน ซึ่งทำให้รากฟันส่วนที่มีปลายประสาทอยู่จำนวนมาก ยื่นพ้นขอบเหงือกออกมา ทำให้รับสัมผัสต่างๆได้ไว

อาการดังว่านี้ อาจเกิดจากความเสื่อมตามอายุ หรืออาจเกิดจากโรคเหงือกอักเสบก็เป็นได้ รวมไปถึงการดูแลรักษาฟันอย่างไม่ถูกวิธี เช่นการเลือกใช้แปรงสีฟันที่มีความแข็งของขนแปรงมากเกินไป

บางครั้งอาการเหงือกร่นนั้น ก็มาจากพฤติกรรมการกินได้เช่นกัน หากคุณเป็นคนที่ชอบกินอาหารที่มีรสเปรี้ยวจัด หรือชอบกินผลไม้รสเปรี้ยว ความเปรี้ยวในผลไม่มีฤทธิ์เป็นกรด และสามารถกัดกร่อนบริเวณขอบเหงือกได้ เมื่อประพฤติเช่นนั้นเป็นเวลานานๆ ขอบเหงือกจะร่นลงไป และทำให้เกิดอาการเสียวฟันได้ง่าย
 
 
 
ปวดฟัน
 
อาการปวดฟัน เป็นอาการปวดที่หลายคนยกให้ว่า ทรมานที่สุด เพราะจะมีอาการปวดแปลบ หรือปวดตุบๆ แต่ปวดรุนแรง และทำอย่างไรก็ไม่หายนอกจากจะต้องไปหาทันตแพทย์ เพื่อแก้ไขที่สาเหตุ

อาการปวดฟันที่เกิดจากฟันผุ จะเกิดอาการหลังจากที่คุณเคี้ยวอาหาร หรือของขบเคี้ยวไปแล้วสัก 20 นาที เนื่องจากเป็นระยะเวลาที่แบคทีเรียย่อยน้ำตาลในอาหารแล้วปล่อยกรดออกมา ทำให้มีอาการปวดฟัน และมันจะยิ่งเลวร้าย หากฟันผุรุกรานเข้าไปจนถึงประสาทฟัน เพราะจะเกิดอาการอักเสบที่ปลายประสาทฟัน ทำให้เกิดการบวมของเส้นเลือดรอบๆรากฟัน เนื่องจากการระดมกำลังของเม็ดเลือดขาว เข้ามาต่อสู้กับอาการบาดเจ็บที่เกิดขึ้น

ทางแก้มีทางเดียว คือ พบทันตแพทย์แต่เนิ่นๆ เมื่อเริ่มเห็นรอยผุเป็นจุดสีดำบนฟัน จะเป็นการตัดไฟแต่ต้นลม ฟันสุขภาพดี แข็งแรงก็จะไม่ปวดฟัน

 
 
 
  ฟันร้าว
 
นอกเหนือจากฟันผุแล้ว บางครั้งคุณอาจจะเจอปัญหา “ฟันร้าว” หรือฟันเป็นรอยแยก มักเกิดที่ฟันบดเคี้ยว และจะก่อให้เกิดอาการปวดฟัน โดยที่คุณเองก็บอกไม่ได้ว่าเกิดจากฟันซี่ไหน เพราะมองเห็นไม่ชัด

ฟันร้าวนี้ มักพบในคนสูงอายุ เกิดจากสาเหตุหลายประการ แต่ต้องอาศัยระยะเวลาสะสมนานกว่า 12-18เดือน โดยรอยร้าวของฟันนั้นเมื่อเกิดขึ้นแรกๆ จะยังไม่สามารถพบได้ด้วยการถ่ายภาพเอ็กซเรย์ฟัน แต่อาจจะเริ่มมีอาการปวดฟันบ้างเล็กน้อย หลังจากนั้นรอยร้าวจะขยายขึ้นพร้อมๆกับอาการปวดฟันที่เพิ่มมากขึ้น จนกระทั่งฟันแยกออกเป็น 2 ส่วนแต่ไม่หลุดออกจากรากฟัน
ในระยะแรก รอยร้าวจะยังไม่ชัดเจน แต่จะทำให้เคี้ยวอาหารไม่สะดวก และเมื่อเห็นรอยแยกชัดเจน จะกินอาหารได้ลำบากมาก

ฟันร้าวนั้นไม่จำเป็นต้องร้าวในแนวตั้งเท่านั้น แต่ในแนวนอนก็สามารถเกิดรอยร้าวได้เช่นเดียวกัน

รอยร้าวนี้ถ้าเกิดขึ้นในชั้นเคลือบฟัน ไม่ลึก จะไม่มีอาการใดๆ อาจจะมีแค่อาการเสียวฟัน แต่ถ้ารอยร้าวลึกเข้าไปถึงโพรงประสาทฟัน เชื้อโรคในช่องปากจะเข้าไปทำให้เกิดอาการติดเชื้อของเนื้อเยื่อในฟัน และทำให้ปวดฟันยิ่งขึ้น

  ฟันร้าวเกิดจากอะไร
 
ฟันร้าว เกิดจากสาเหตุหลายประการ ที่พบได้บ่อยๆคือ การเคี้ยวของแข็งๆ โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ซึ่งจะมีความยืดหยุ่นของเนื้อฟันและอวัยวะรอบๆรากฟันน้อยลง ทำให้ฟันกรอบมากขึ้น เมื่อมีแรงกดดันมากเกินปกติ จะทำให้ฟันร้าวหรือแตกได้ ส่วนบางคนที่มีฟันสึกมากๆ ฟันจะสบกันสนิท มักจะมีแรงบดเคี้ยวมาก จะพบว่ากรณีเช่นนี้ ก็มีความเสี่ยงที่จะเกิดฟันร้าวได้สูงเช่นกัน

ปกติแล้วหากคุณใช้ฟันอย่างเหมาะสมและรักษาความสะอาดของฟัน ไม่ใช้ฟันขบ แทะ ผิดประเภท โอกาสที่ฟันจะร้าวมีน้อยมาก พบว่ากลุ่มที่ชอบกัดปากกา แทะเล็บ มีโอกาสที่ฟันหน้าจะร้าวได้ หากทำติดต่อกันเป็นระยะเวลานานๆ รวมทั้งผู้ที่นอนกัดฟัน เพราะจะทำให้ฟันกรามต้องรับแรงกดตลอดทั้งคืน

  การรักษาฟันร้าว
 
เมื่อตรวจพบว่ามีฟันร้าว ทันตแพทย์จะใช้วัสดุยึดฟันเอาไว้ หรือใช้ปลอกเหล็กรัดเอาไว้เพื่อให้ฟันยึดติดกันเหมือนการเชื่อมฟัน และรอจนกว่าไม่มีการร้าวเพิ่มมากขึ้น ก็จะครอบฟันเอาไว้อย่างถาวร

แต่หากไม่สามารถยับยั้งรอยร้าวได้ ฟันยังร้าวต่อไป จนลุกลามถึงโพรงประสาทฟัน แพทย์จำเป็นต้องทำการรักษารากฟันก่อนที่จะทำการครอบฟัน เพื่อไม่ให้ฟันเกิดการติดเชื้อหมักหมมอยู่ภายใน แต่ถ้าทิ้งไว้นานจนไม่สามารถแก้ไขได้ ฟันที่ร้าวจะแยกออกต่างกัน เมื่อนั้น จำเป็นต้องถอนฟันทิ้งไม่สามารถรักษาฟันไว้ได้อีก เพราะหากไม่ถอนออก ฟันจะเคลื่อนไปมาขณะเคี้ยวอาหาร ทำให้เหงือก ซึ่งเป็นฐานยึดฟัน อักเสบได้
การตรวจพบฟันร้าวแต่เนิ่นๆ จะทำให้ทันตแพทย์สามารถที่จะรักษาฟันเอาไว้ได้ ดังนั้น จำเป็นต้องคอยสังเกตอาการตัวเอง เช่น อาการเสียวฟัน ซึ่งเป็นสัญญาณของการเกิดฟันร้าว และไปพบแพทย์ เพื่อตรวจให้พบในระยะแรก


 
 
  ฟันคุด
 

ฟันคุด คือฟันที่ไม่สามารถ โผล่ขึ้นมาบนช่องปากได้ตามปกติ ที่พบเสมอๆก็คือ ฟันกรามซี่สุดท้าย ซึ่งจะขึ้นเมื่อประมาณ 18 – 20 ปี หรือฟันเคี้ยว ซึ่งจะขึ้นประมาณ 11 – 13ปี ฟันคุดที่เป็นฟันเคี้ยวอาจพบว่าแทงทะลุเพดานปากออกมา หรือชอนใต้รากฟันข้างเคียง หรือฝังอยู่ในกระดูกขากรรไกรไม่โผล่เลยก็ได้

สาเหตที่ทำให้ฟันคุดเนื่องจาก พื้นที่ของขากรรไกร ไม่เพียงพอที่จะให้ฟันซี่นั้นขึ้นได้ตามปกติซึ่งอาจเกิดจากการเรียงตัวของฟันซี่อื่นๆ ผลเสียของฟันคุดมีหลายอย่าง เช่น ฟันคุดที่ขึ้นได้บางส่วน จะเป็นที่กักเศษอาหาร ทำให้ทำความสะอาดได้ลำบาก แปรงฟันไม่ทั่วถึง ซึ่งจะมีผลให้ฟันข้างเคียงที่ถูกชนรวมทั้งฟันคุดนั้นผุทั้งคู่ หรือทำให้เหงือกอักเสบ บวม มีกลิ่นปากเหม็น แก้มบวม อ้าปากไม่ขึ้นได้

การมีฟันคุดอยู่ทำให้มีการสูญเสียรูปทรงของขากรรไกรที่ถูกชน หรือเกิดเป็นถุงน้ำ กระดูกขากรรไกรจะเปราะอาจไปกดเส้นประสาททำให้มีอาการปวดหัวโดยไม่รู้สาเหตุ ดังนั้น คุณควรรีบไปพบแพทย์ เพื่อตรวจวินิจฉัย และให้ทันตแพทย์ถอนฟันคุดออก

การถอนฟันคุด หากทำในช่วงอายุ 16 – 20 ปี จะง่าย และแผลที่เกิดขึ้นจะหายเร็วกว่าปล่อยไปทำเมื่อสูงอายุ ซึ่งจะเสี่ยงมากกว่า เพราะอาจมีโรคประจำตัว ทำใฟ้การถอนฟันยุ่งยากกว่า และแผลที่เกิดขึ้น หายช้าอีกด้วย

   
 
การรักษารากฟัน
สาเหตุของปัญหาที่ทำให้คุณต้องรักษารากฟันก็คือ การไม่ใส่ใจดูแลทำความสะอาดสุขภาพฟัน ซึ่งถือเป็นเสมือนหัวใจสำคัญของเรื่องนี้ อาการที่แสดงออกมาสร้างความรำคาญและทรมาน

อันเป็นผลให้เกิดการปวดฟันเนื่องมาจากฟันของคุณผุแล้วนั่นเอง

รากฟันนั้นมีความสำคัญอย่างไร คุณเองต้องเข้าใจว่าเนื้อเยื่อที่ประกอบเป็นพัลป์ หรือประสาทฟันนี้ จะติดต่อภายนอกตัวฟัน ทางรูเปิดเล็กๆ ตรงบริเวณปลายรากฟัน เป็นเนื้อเยื่ออ่อนที่ประกอบด้วยเส้นประสาทเส้นเลือด ระบบน้ำเหลือง และเนื้อเยื่อยึดต่อ ซึ่งทำหน้าที่นำสารอาหารมาหล่อเลี้ยงฟัน และเส้นประสาทที่ทำให้ฟันไวต่อสิ่งที่มากระตุ้น ไม่ว่าจะเป็นความร้อนหรือความเย็น

การที่ฟันผุแล้วยังอยู่ในขั้นไม่รุนแรงมาก คือฟันที่ผุช่วงบริเวณเคลือบฟัน และเนื้อฟัน ซึ่งไม่มีเส้นประสาทขั้นนี้จะแสดงอาการโดยการเสียวฟันแทน แต่เมื่อไหร่ก็ตาม หากอาการเสียวฟันกลายมาเป็นอาการปวดฟันนั้น แสดงว่าฟันที่ผุนั้น ได้ลุกลามไปถึงโพรงประสาทฟัน ซึ่งทำให้เกิดอาการปวดฟันสุดแสนทรมานนั่นเอง

วิธีการป้องกันนั้น ก็เหมือนกับปัญหาอื่นๆ ได้แก่การดูแลเอาใจใส่สุขภาพฟันอยู่เป็นประจำ การแปรงฟันอย่างถูกวิธี การตรวจฟันตัวเองอยู่เสมอและเข้าพบทันตแพทย์อย่างน้อย 6 เดือนต่อครั้ง นั่นคือวิธีการป้องกันที่ดีที่สุด

ส่วนเรื่องของการรักษานั้น ต้องดูจากการลุกลามของฟันที่ผุ โดยทันตแพทย์ จะทำการตรวจดูประสาทฟัน หรือทำการรักษาคลองรากฟัน กำจัดประสาทฟันที่ตายออกไป ใส่ยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย อุดคลองรากฟัน และทำการครอบฟันให้มีรูปร่างการใช้งานดังเดิม


  จัดฟัน ทันตกรรมทั่วไป การฟอกสีฟัน ฝังรากเทียม

© 2005 Dental Planet Clinic. Since 01/05/05.
siripong@dentalplanetclinic.com
คลีนิกจัดฟัน เด็นทัลแพลนเน็ท คลีนิก
หน้าโรงภาพยนต์ เมเจอร์ซีนิเพล็กซ์ รังสิต