ฝังรากฟันเทียม
 
 
 
 
วิวัฒนาการ “รากฟันเทียม” ถือว่าเป็นของใหม่ ในวงการทันตกรรมเพื่อที่จะนำมาแก้ไขปัญหาเรื่องของการใส่ฟันปลอม และเพื่อการรักษาฟันไว้ให้ใกล้เคียงกับฟันธรรมชาติมากที่สุดก่อนหน้านั้น ปัญหาของผู้ที่ใส่ฟันปลอม จะเกิดจากการที่กระดูกขากรรไกรเปลี่ยนรูปทรงไป ลองนึกดูว่าสิ่งที่เราใส่เข้าไปแทนที่ฟันนั้น เป็นเพียงฟันที่โผล่ออกมาจากเหงือกเท่านั้น ส่วนของฟันที่อยู่ภายในเหงือก หรือที่เรียกว่า รากฟัน ไม่ได้ถูกเสริมเข้าไปด้วย ดังนั้น นานๆเข้า กลไกการทำงานของร่างกายจะทำให้ส่วนที่เป็นกระดูกภายในขากรรไกรไม่สร้างเสริมขึ้นมาใหม่ เพราะขาดการกระตุ้นจากแรงบดเคี้ยว จนทำให้กระดูกขากรรไกรเปลี่ยนรูปหรือที่เรียกว่า กระดูกขากรรไกรเกิดการละลายตัวและเมื่อหลักของการใส่ฟันปลอมคือการประดิษฐ์เฉพาะตัวฟันขึ้นมากครอบอยู่บนเหงือก ตัวฟันนั้นจะยึดติดอยู่กับอะไรทันตแพทย์ต้องอาศัยฟันซี่อื่นๆ ช่วยรับน้ำหนักของฟันปลอม อาจจำเป็นต้องมีการตัดทำลายเคลือบฟันซี่อื่นๆ เพื่อให้ช่วยรับน้ำหนัก คุณก็จำเป็นที่จะต้องใส่ฟันปลอมชนิดถอดได้แต่วิวัฒนาการของทันตกรรมรากฟันเทียม ช่วยแก้ปัญหาที่กล่าวมาทั้งหมดได้
 

หลักการทำงานของรากฟันเทียม


เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว ทำให้ทันตแพทย์ต้องค้นหาแนวทางแก้ปัญหาการใส่ฟันปลอมในหลักการใหม่ๆ จนกลายมาเป็นแนวทางในการฝัง “รากฟันเทียม” ลงไปในกระดูกขากรรไกร เพื่อเป็นแกนให้ร่างกายสร้างกระดูกขึ้นมายึดเกาะรากฟันเทียมและเป็นฐานของฟันปลอมที่จะนำมาใส่ เข้าไป

หลักการทำงานดังกล่าวได้รับการพัฒนามาหลายยุคสมัย ด้วยการค้นคว้าหาวัสดุที่เหมาะสมรวมทั้งรูปร่างของรากฟันเทียมรากฟันเทียมรุ่นแรกๆ จะมีผิวเป็นโลหะไททาเนี่ยมขัดมัน หรือที่เรียกว่า “ Machine Surface” ทั้งหมดต่อมามีการค้นพบว่าหากทำให้ผิวขิงรากฟันมีรอยขรุขระและเคลือบสารบางอย่างเข้าไปที่พื้นผิวไททาเนี่ยมจะทำให้กระดูกที่สร้างใหม่ยึดกับรากฟันเทียมได้ดีขึ้น ช่วยย่นระยะเวลาในการรักษาให้สั้นขึ้น จึงทำให้เกิดวิวัฒนาการของรากฟันเทียมที่แยกออกไปอีกกลุ่มหนึ่ง คือ รากฟันเทียมที่มีผิวขรุขระดังนั้น รากฟันเทียมจึงแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ
1. รากฟันเทียมแบบผิวเรียบ
2. รากฟันเทียมแบบผิวขรุขระ
  >> รากฟันเทียมแบบผิวเรียบ
 
เป็นรากฟันเทียมที่ใช้กันมานาน ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเหมาะสมกับการใช้งาน ราคาถูก แต่หากเปรียบเทียบกับรากฟันเทียมที่พัฒนาขึ้นมาใหม่ๆ พบว่ากระดูกที่สร้างขึ้นมาเพื่อเกาะกับรากฟันชนิดนี้มีความเปราะกว่ากระดูกที่สร้างขึ้นมาเกาะกับรากฟันเทียมชนิดผิวขรุขระ แต่อย่างไรก็ตาม ความแข็งแรงของกระดูกก็ยังเพียงพอต่อการรองรับการทำงานของฟัน
 
  >> รากฟันเทียมแบบผิวขรุขระ

รากฟันเทียมแบบนี้สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท ตามสารที่นำมาใช้เคลือบ คือ

1. Hydroxyapatite Coat(HA)
เป็นสารที่นิยมใช้ในการปลูกเสริมกระดูก เมื่อนำมาใช้เคลือบรากฟันก็ได้ผลดีในเรื่องของระยะเวลาในการสร้างกระดูก แต่ภายหลังพบว่ามีคนไข้บางรายเกิดการหลุดลอกของชั้นเคลือบกับรากฟัน ทำให้เกิดปัญหาขึ้น จึงมีการคิดค้นวัสดุตัวใหม่ๆ ขึ้นมา แต่ความเสี่ยงที่จะเกิดเหตุการณ์นั้นก็ยังน้อยอยู่มาก ดังนั้น HA Coat ยังคงนำมาใช้เป็นสารเคลือบรากฟันเทียมได้
2. Titanium Plasma Sprey (TPS)

เกิดจากการนำไททาเนี่ยมเหลว อัดด้วยแก๊สพ่นไปที่รากฟัน เพื่อทำให้ผิวไททาเนี่ยมมีความหยาบเพิ่มมากขึ้น ปัจจุบันเป็นที่นิยม ถึงแม้จะมีจ้อบกพร่องอยู่บ้างในส่วนของการยึดติดของกระดูกที่อาจมีความไม่สม่ำเสมอ เนื่องจากกระบวนการพ่นไททาเนี่ยมเหลวไม่เสมอกันทุกตำแหน่งของรากฟันเทียม

3. Acid Etched Surface

เป็นลักษะของการกัดผิวโลหะไททาเนี่ยมด้วยกรดทำให้เกิดพื้นที่สำหรับยึดเกาะมากขึ้น ซึ่งเป็นกรรมวิธีที่บริษัทผู้ผลิตส่วนใหญ่เลือกใช้ ผลดีของการเลือกใช้รากฟันแบบนี้ คือสามารถย่นระยะเวลาในการรักษาได้จริง ทำให้ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ
 
ฟันปลอมบนรากเทียม
 
นอกจากวิวัฒนาการรากเทียมแล้ว วงการทันตแพทย์ยังพัฒนาการทำฟันปลอมบนรากฟันเทียมให้มีความสวยงามมากขึ้นด้วย มีการปลูกเสริมกระดูกอ่อนลงไปบริเวณรากฟัน เพื่อให้ฟันปลอมอยู่บนตำแหน่งที่เหมาะสมจริงๆ
นอกจากนั้น ยังมีการพัฒนาอุปกรณ์ต่างๆ เช่นสกรู แกนฟันปลอม ให้มีความสวยงามและกลมกลืนกับฟันเดิมในปากมากขึ้น
 
 

  จัดฟัน ทันตกรรมทั่วไป การฟอกสีฟัน ฝังรากเทียม

© 2005 Dental Planet Clinic. Since 01/05/05.
siripong@dentalplanetclinic.com
คลีนิกจัดฟัน เด็นทัลแพลนเน็ท คลีนิก
หน้าโรงภาพยนต์ เมเจอร์ซีนิเพล็กซ์ รังสิต